ตื่นขึ้นมากลางดึก "ห้ามทำ 3 ข้อ" พลาดนิดเดียวระบบการนอนพัง นาฬิกาชีวิตรวน

ตื่นขึ้นมากลางดึก "ห้ามทำ 3 ข้อ" พลาดนิดเดียวระบบการนอนพัง นาฬิกาชีวิตรวนไปอีกนาน
ในยุคที่ผู้คนมีความเครียดสะสม การตื่นขึ้นมากลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุกลายเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย ล่าสุดบนแพลตฟอร์มเวยป๋อ (Weibo) ได้มีการพูดถึงประเด็น "ตื่นกลางดึกอย่าดูเวลา" ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนแชร์ประสบการณ์ตรงว่า หากเผลอเช็กเวลาตอนตื่นกลางดึก สมองจะจดจำและตั้งนาฬิกาปลุกในตัว ทำให้ตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมซ้ำๆ ติดกันหลายวัน
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ออกมาเตือนว่า พฤติกรรมการดูเวลาเมื่อตื่นกลางดึกไม่เพียงแต่เป็นการรับแสงสีเขียวที่ยับยั้งเมลาโทนินเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้เกิดความเครียดทางจิตใจ โดยเฉพาะการตกอยู่ในวงจรความกังวลที่ต้อง "คำนวณเวลานอนที่เหลืออยู่" ซึ่งส่งผลเสียต่อคุณภาพการนอนในระยะยาว
ผลกระทบของแสงและความเครียดต่อนาฬิกาชีวิต
สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับในจีนระบุว่า แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือนาฬิกาดิจิทัลจะรบกวนนาฬิกาชีวภาพที่ควบคุมการนอนหลับโดยตรง เนื่องจากความมืดและแสงสว่างเป็นตัวแปรสำคัญที่ร่างกายใช้สลับโหมดระหว่างการตื่นและการนอน แม้จะเป็นการมองเพียงแวบเดียว แสงจะส่งสัญญาณไปยังสมองให้ลดการหลั่งสารที่ช่วยในการนอนหลับ ทำให้หลับต่อได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อสมองรับรู้ข้อมูลเวลา จะเกิดความรู้สึกกดดันและตื่นตัว ส่งผลให้ระดับคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดพุ่งสูงขึ้น ทำให้สมองทำงานหนักเกินไปและไม่สามารถเข้าสู่สภาวะพักผ่อนได้อย่างที่ควรจะเป็น
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
กลไกการสร้างนิสัย "ตื่นเวลาเดิม" ทุกคืน
ดร. เนรินา รามลักขัณ (Dr. Nerina Ramlakhan) นักสรีรวิทยาชาวอังกฤษ อธิบายว่าการตื่นกลางดึกเป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาปกติ แต่สำหรับกลุ่มคนที่อ่อนไหวง่าย การดูเวลาจะไปกระตุ้นกลไกการคำนวณของสมอง ทำให้เริ่มกังวลว่าเหลือเวลานอนอีกเท่าไหร่
การชี้นำทางจิตใจในแง่ลบนี้จะไปกระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอลล่วงหน้า ซึ่งปกติควรจะหลั่งก่อนเวลาตื่นจริงประมาณ 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้จังหวะเซอร์คาเดียน (Circadian Rhythm) หรือนาฬิกาชีวิตรวน จนร่างกายสร้างความเคยชินผิดๆ และทำให้คุณตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมติดต่อกันในวันถัดไป
คำแนะนำ "3 ไม่" เมื่อตื่นกลางดึกเพื่อช่วยให้หลับต่อได้ง่าย
หากคุณบังเอิญตื่นขึ้นมากลางดึก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปฏิบัติตามหลัก "3 ไม่" เพื่อรักษาสภาวะการนอนให้ต่อเนื่องที่สุด ดังนี้:
- ไม่ลุกจากเตียง: พยายามนอนในท่าเดิมที่รู้สึกสบาย
- ไม่เดินไปมา: การเคลื่อนไหวร่างกายจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการตื่นตัว
- ไม่หยิบมือถือ: หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าและการรับรู้ข้อมูลที่กระตุ้นสมอง
วิธีการที่ถูกต้องคือ การนอนนิ่งๆ บนเตียง ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกายและหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ควรฝืนบังคับตัวเองว่า "ต้องรีบนอน" เพราะคำสั่งที่บีบคั้นจะยิ่งทำให้ประสาทตึงเครียด แนะนำให้จินตนาการถึงภาพที่ผ่อนคลายหรือปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย เพื่อให้สมองเข้าสู่สภาวะสงบและดึงดูดความง่วงให้กลับมาอีกครั้ง
ในกรณีที่เผลอเห็นเวลาไปแล้ว ให้ปรับทัศนคติจากความกังวลเป็นด้านบวก เช่น หากเห็นว่าเหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงก่อนตื่น ให้บอกตัวเองว่า "ดีจัง ยังมีเวลาให้นอนต่อได้อีกนาน" แทนการคิดว่า "เหลือเวลาอีกแค่ 3 ชั่วโมงเอง" ทั้งนี้ หากพบว่ามีปัญหาการตื่นกลางดึกบ่อยครั้งจนกระทบการใช้ชีวิต ควรปรับสุขอนามัยการนอนและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี